หิวจัง..อาหารเช้า

posted on 22 Oct 2009 09:38 by januarypeople  in EDU

เช้านี้ตื่นขึ้นมา...ก็หิวตั้งแต่เช้าเลย
โดยปกติไม่ใช่คนทานอาหารเช้า แต่ได้ยินบ่อยๆ ว่าเป็นมื้อสำคัญของวัน
โอกาสนี้จึงนำเสนอ ความสำคัญของอาหารมื้อนี้

ข้อมูลจากสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ยืนยันว่าอาหารเช้าเป็นอาหารมื้อแรกที่สำคัญที่สุดของวัน อาหารเช้าจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัว กระปรี้กระเปร่า มีสมาธิทั้งในการเรียนและการทำงาน และอาหารเช้าที่เหมาะสมนั้น ควรมีค่าพลังงาน และสารอาหารอย่างน้อย 1 ใน 4 หรือ 25 เปอร์เซ็นต์ ของปริมาณที่ควรจะได้รับตลอดวัน ส่วนการกระจายพลังงานในมื้อกลางวัน และมื้อเย็น ควรอยู่ที่ 35 และ 30 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ และที่เหลือเป็นพลังงานจากอาหารว่างอีก 10 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตามคนส่วนใหญ่มักละเลยอาหารเช้า หรือได้รับพลังงานจากอาหารเช้าไม่เพียงพอในแต่ละวัน 

 แล้วทานแบบไหนดีล่ะ

กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดทำหนังสือคู่มือธงโภชนาการ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลการกำหนดอาหารมื้อเช้าที่ถูกหลักโภชนาการ ประกอบด้วย

1. โจ๊กหมู ส้มเขียวหวาน
2. เกี้ยมอี๋ ลำไย นมสด
3. ข้าวต้ม ผัดผักบุ้ง ไข่เจียว มะละกอ
4. ข้าวสวย ต้มจืดเลือดหมูใบตำลึง ไก่ทอด ชมพู่
5. ข้าวสวย ต้มจับฉ่ายกระดูกหมู ยำปลากระป๋อง ฝรั่ง
6. ซุบมะกะโรนี มะละกอ
7. ข้าวสวย กะหล่ำปลีตุ๋น ปลาช่อนผัดคึ่นช่าย
8. ข้าวต้มปลากะพง/ไก่/กุ้ง เงาะ
9. ข้าวสวย มะระสอดไส้หมู ไข่ตุ๋น
10. ขนมปัง ไข่ดาว มะเขือเทศ น้ำส้มคั้น เป็นต้น

           ข้อมูลข้างต้นเป็นตัวอย่างอาหารที่เหมาะสมในการเลือกรับประทานเป็นอาหารในมื้อเช้า และหากเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ให้ความสำคัญกับมื้อเย็นน้อยลงและใส่ใจกับอาหารมื้อเช้าให้มากขึ้น เราก็จะได้เริ่มต้นวันใหม่ด้วยความกระปรี้กระเปร่า มีสมาธิในการเรียน การทำงาน ตลอดจนการทำกิจกรรมต่างๆ ได้มากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนั้นการรับประทานอาหารมิใช่เพียงอาหารอะไรก็ได้ที่ทำให้รู้สึกอิ่ม แต่ควรพิจารณาถึงประโยชน์และปริมาณของอาหารที่เหมาะสมด้วยเพื่อสุขภาพและ ร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ 

นอกจากนี้ยังมีหลักการเพิ่มเติมเล็กน้อย 

5 หลักการรับประทานอาหารเช้าอย่างถูกวิธีมีดังนี้ครับ

1. ถือหลักการ ‘เรียบง่าย แต่ทรงคุณค่า’
2.
หลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาลมากเกินไป เช่น ของเชื่อมหรือของหวาน
3.
บริโภคแค่เพียงพออิ่มตามที่ร่างกายต้องการ
4.
ควรรับประทานเป็นประจำเพื่อความสมดุลของร่างกาย
5.
ควรรับประทานอาหารต่างๆ หมุนเวียนกันไปตามประเภทของงานที่จะต้องทำ ร่างกายจะได้เผาผลาญแคลอรีได้หมด ทำให้ไม่เกิดไขมันสะสมในร่างกาย 

ส่วนเราได้กาแฟร้อนๆ ก็โอเคล่ะเช้านี้ . . January

Reference:
1.
http://www.stou.ac.th/study/sumrit/6-52(500)/page2-6-52(500).html
2. http://www.hilunch.com/5-breakfast-techiniques
Image: http://www.hilunch.com/wp-content/uploads/2008/08/cd-d2-cb-d2-c3-e0-aa-e9-d2-small.jpg

 

น่าจะเข้ากัน..เทศกาลกินเจ

posted on 20 Oct 2009 07:56 by januarypeople  in EDU

อานิสงส์ 10 ข้อของการไม่กินเนื้อสัตว์

ในพระสูตรของพระพุทธศาสนามหายานเล่าว่า
    สมัยหนึ่ง... องค์สมเด็จพระบรมศาสดาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เสด็จไปเทศนาโปรดบรรดาเหล่าพญานาคทั้งหลาย พระพุทธองค์์ได้ทรงตรัสธรรมกถาวิสัชนาแสดงแก่พญานาคราชความว่า

“บุคคลใด หยุดการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต และงดเว้นเสียจากการเสพเลือดเนื้อสัตว์ อีกทั้งยังชี้นำส่งเสริมให้หมู่ชนทั้งหลายหยุดฆ่า หยุดเสพชีวิตเลือดเนื้อผู้อื่น บุคคลผู้นั้นย่อมห่างไกลจากอกุศลมูล ทั้งปวง และบริบูรณ์พร้อมด้วยอานิสงส์ ทั้ง 10 ประการอันได้แก่

1. เป็นที่รักของบรรดาเทพ พรหม ตลอดจนมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย
2. จิตอันเป็นมหาเมตตาย่อมบังเกิดขึ้น
3. สามารถตัดขาดความอาฆาต ดับอารมณ์เหี้ยมโหดเครียดแค้นในใจลงได้
4. ปราศจากโรคภัยร้ายแรงมาเบียดเบียนร่างกาย
5. มีอายุมั่นขวัญยืน
6. ได้รับการปกป้องคุ้มครองจากเทพทั้งปวง
7. ยามหลับนิมิตเห็นแต่สิ่งที่ดีงามเป็นสิริมงคล
8. ย่อมระงับการจองเวร สลายความอาฆาตแค้นซึ่งกันและกัน
9. สามารถดำรงอยู่ในกระแสพระนิพพาน ไม่พลัดหลงตกลงสูอบายภูมิ
10. ทันทีที่ละสังขารจากโลกนี้ จิตจะมุ่งสู่สุคติภพ

January.

Reference: http://members.tripod.com/chaiwat_s/anisong_food.htm
image : http://www.kin-j.com/kwebboard/photo/main.jpg.jpg

สวัสดี..บล็อกใหม่

posted on 19 Oct 2009 20:36 by januarypeople

สวัสดี..ทุกท่าน  ที่แวะมาทักทาย

เจตนาที่จะสร้างบล็อกนี้ ก็จะ(พยายาม)นำเสนอเรื่องราวที่สร้า้งสรรค์

มองโลกในแง่ดี อะำไรทำนองนี้ (แนะนำได้นะ)

เพราะรอบข้างเรา..มันช่าง . . . โหดร้าย (คุณว่าจริงไหม)

ขอบใจที่แวะเข้ามา . . .

January.

image: http://planet.kapook.com/files/photo/2/337839_99682641.jpg